feedbackfortwayne.org

เล่นเกมเดิมพันออนไลน์

เจดอน ซานโซ่ : นักเตะดาวรุ่งผู้มีความทะเยอทะยาน จนไปก้าวสู่ความสำเร็จ

เจดอน ซานโซ่ เกิดในวันที่ 25 มีนาคม 2000 เขาเกิดและเติบโตในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซานโช่หลงใหลในกีฬาฟุตบอลมาตั้งแต่ยังเด็ก ในวัยเด็กของเขาจะเล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆ อยู่ข้างถนน และฟุตบอลก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ ซานโช่ ไม่เดินไปในทางที่ผิด

และจุดเปลี่ยนในการเล่นฟุตบอลของ ซานโช่ ก็เกิดขึ้นในตอนที่ เขาและเพื่อนสนิทของเขา รีสส์ เนลสัน ได้มีโอกาสลงแข่งฟุตบอลในรายการหนึ่งที่กรุงลอนดอน และฟอร์มการเล่นของเขาก็มีความโดดเด่นจนไปเข้าตาโค้ชทีมฟุตบอลในชุมชน เซาธ์วอร์ค เข้า และหลังจากนั้น ซานโช่ ก็ได้ถูกทาบทามให้ไปทดสอบฝีเท้ากับ ทีมวัตฟอร์ด และในที่สุดเขาก็ได้เข้าร่วมในอคาเดมีของสโมสรวัตฟอร์ด ด้วยวัยเพียง 7 ขวบ หลังจากนั้นเขาก็ได้พัฒนาทักษะด้านฟุตบอลของเขาขึ้นมาตามลำดับ

ทั้งนี้ ซานโช่ ได้มี เชลซี เป็นทีมในดวงใจ และมี แฟรงค์ แลมพาร์ด เป็นนักเตะที่ชื่นชอบ ในตอนที่เขาเล่นอยู่กับทีมเยาวชนของวัตฟอร์ด โค้ชของเขาได้บอกว่า ซานโช่มีความแตกต่างจากเด็กคนอื่นๆ และความฝันของ ซานโช่ ก็คือการได้มีชื่อติดอยู่ในทีมชาติอังกฤษ และได้ร่วมทีมในระดับแนวหน้า

หลังจากนั้น ซานโช่ ก็เริ่มฉายแวว และฝีเท้าของเขาพัฒนาขึ้นเป็นอย่างมาก จนเป็นที่สนใจของบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีกหลายทีม

ในปี 2015 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็สามารถคว้าตัว ซานโช่ ไปร่วมทีมได้สำเร็จ ซึ่งในตอนนั้น ซานโช่ มีอายุเพียง 14 ปี แมนเชสเตอร์ ซิตี้จึงต้องทำตามเงื่อนไขการซื้อ-ขายนักเตะของอังกฤษ ซึ่งแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้จ่ายเงินให้กับ วัตฟอร์ต และ ซานโช่ เบื้องต้นเป็นจำนวน 66,000 ปอนด์ และจะต้องเพิ่มค่าตัวสูงสุด 500,000 ปอนด์ในอนาคตข้างหน้า

เมื่อ เจดอน ซานโช่ ได้เข้ามาอยู่กับทีมเยาวชนของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรใหญ่ของพรีเมียร์ลีก เขาก็พัฒนาตัวเองได้มากขึ้น จากความพร้อมของทีมต้นสังกัดใหม่ของเขา และได้มีการออกมายืนยันว่าทางสโมสรจะทำการผลักดันเขาให้ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่อย่างรวดเร็วที่สุด

 

ในช่วงที่เขาอายุ 16 ปี ซานโช่ เล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีไปทั้งหมด 22 นัด ทำไป 15 ประตู กับอีก 6 แอสซิสต์ หลังจากนั้นเขาก็ถูกเลื่อนขึ้นมาเล่นในทีมเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี และ 23 ปี ในเวลาเพียง 1 ปี และทำไปได้ 5 ประตู และ 2 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 13 นัด ซึ่งในตอนนั้น เขาถูกจับตามองว่า เขาจะก้าวขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ได้ในเร็ววัน

แต่ด้วยความทะเยอทะยานของ ซานโช่ เขาคิดว่า เขาพร้อมแล้วที่จะก้าวขึ้นไปติดทีมชุดใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และการเล่นในทีมเยาวชนมันเล็กเกินไปสำหรับเขาเสียแล้ว จนมาถึงจุดแตกหักเมื่อ ซานโช่ ไม่ยอมรับสาย เป๊ป ที่โทรตามให้เขามาฝึกซ้อม ซึ่ง เป๊ป ต้องการให้ ซานโช่ ไปทัวร์การแข่งขันในช่วงปรีซีซั่นด้วย แต่ ซานโช่ กลับแสดงการต่อต้านด้วยการไม่ไปฝึกซ้อมถึง 3 สัปดาห์ และไม่ยอมที่จะไปเล่นปรีซีซั่นอีกด้วย

ในช่วง 2017 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีความพยายามที่จะต่อสัญญากับทางซานโช่ เพื่อป้องกันไม่ให้เขาย้ายไปซบทีมอื่น แต่ทางซานโช่ ก็ยื่นเงื่อนไขในการให้เขามีโอกาสในการลงสนามกับทีมชุดใหญ่ ซึ่งทางกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอลา มองว่า ซานโช่ควรจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในทีมเยาวชนไปก่อน ถึงแม้ว่าเขาจะมีพรสวรรค์มากกว่านักเตะในรุ่นเดียวกันก็ตาม รวมถึงการที่ในช่วงนั้น ในแนวรุกของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั้นเต็มไปด้วยนักเตะระดับแนวหน้าอยู่เต็มทีมไม่ว่าจะเป็น เควิน เดอ บรอยน์,แบร์นาโด้ ซิลวา ,ราฮีม สเตอร์ลิง,เลรอย ซาเน่ และ ดาบิด ซิลบา ดังนั้นการที่เขาจะการันตีโอกาสการลงสนามในทีมชุดใหญ่ให้กับ ซานโช่ ซึ่งมีอายุเพียงแค่ 17 ปี มันเป็นไปไม่ได้เลย และเมื่อการตกลงไม่บรรลุตามที่ต้องการ ซานโซ่ ก็แสดงออกชัดเจนที่ต้องการย้ายทีมออกไป

ซึ่งในตอนนั้น มิชาเอล ซอร์ค ฝ่ายบริหารของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมยักษ์ใหญ่ในศึกบุนเดสลีกา ที่เฝ้ามองเหตุการณ์นี้อยู่ ก็ฉวยโอกาสเข้ามาเจรจาคว้าตัว ซานโช่ ทันที ซึ่งมีการโน้มน้าวให้ ซานโช่ เห็นว่า ในทีมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มีนักเตะในรุ่นเดียวกันกับเขาที่มีโอกาสลงสนามในทีมชุดใหญ่เสมอ และมันก็ได้ผลเป็นอย่างดี ซานโช่ ตกลงเซ็นสัญญาไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 8 ล้านปอนด์ ในปี 2017 และได้สวมเสื้อหมายเลข 7 ซึ่งเป็นหมายเลขเสื้อของ อุสมาน เดมเบเล่ เคยใส่ก่อนที่จะย้ายไปบาร์เซโลนา

ในช่วงแรกที่เขาย้ายมา โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เค้าไม่มีความรู้ด้านภาษาเยอรมันเลย เขาใช้เพียงภาษาฟุตบอลเป็นการสื่อสารที่เขามั่นใจว่ามันจะช่วยให้เขาก้าวไปสู่เป้าหมายได้สำเร็จ และเขาก็ใช้เวลาในการปรับตัวเพียงไม่นาน เขาก็ได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ และกลายเป็นนักเตะชาวอังกฤษคนแรกที่ได้เล่นในทีมชุดใหญ่ให้กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในเกมที่พบกับ แฟรงค์เฟิร์ต และสามารถทำประตูแรกในเกมที่พบกับ เลเวอร์คูเซ่น และทำไป 2 แอสซิสต์ ในเกมนั้นด้วย

เจดอน ซานโช่ เขาลงสนามไปด้วยความมั่นใจทุกครั้ง ในปี 2018-2019 เขาทำไป 12 ประตู 18 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 34 นัด

ในปี 2019-2020 ซานโช่ ก็ยังโชว์ผลงานไม่อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการทำ 20 ประตู 20 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 44 นัดในทุกรายการ

ในปี 2020-2021 เขาทำไป 16 ประตู 20 แอสซิสต์ และยังเป็นดาวซัลโวในรายการเดเอฟเบ โพคาลอีกด้วย

และจากการโชว์ฟอร์มอันร้อนแรงของเขาทำให้ ทีมในพรีเมียร์ลีกหลายทีมให้ความสนใจเขาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มีข่าวเกี่ยวพันกับเขาออกมาไม่ขาดสาย จนในที่สุด ในปี 2021 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการในการเปิดตัว เจดอน ซานโช่ เป็นนักเตะคนใหม่ของทีม ด้วยค่าตัว 73 ล้านปอนด์ และสวมเสื้อหมายเลข 25

เจดอน ซานโช่ เป็นนักเตะที่ถีบตัวเองจากค่าตัว 8 ล้านปอนด์ จนกลายเป็น 73 ล้านปอนด์ ได้โดยใช้เวลาเพียงแค่ 4 ปีเท่านั้นมีหลายคนมองว่า เขาเป็นนักเตะที่ทะเยอทะยานและทะนงในตัวเองมากจนเกินไป กล้าที่จะต่อต้านกุนซือระดับโลกอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอลา ตั้งแต่เขายังเป็นนักเตะเยาวชน แต่อีกหลายคนก็มองว่า เขาเป็นนักเตะที่มีความมั่นใจกล้าได้กล้าเสียเพื่ออนาคตของตัวเอง หากเขาไม่ทำเช่นนั้นเขาคงจะยังไม่มาจนถึงจุดนี้ก็เป็นได้